‘สา มาริสา’ พักวงการ ลุยงานจิตอาสา

‘สา มาริสา’ พักวงการ ลุยงานจิตอาสา

สา มาริสา ขอพักความสวย มาลุยงานจิตอาสา ฝึกสุนัขคู่ใจให้กลายเป็น“สุนัขบำบัด ดูแลผู้ป่วย หายหน้าหายตาจากหน้าจอไปนานมาก ทำแฟนๆถามไม่ได้ว่า สา มาริสา หันหลังให้วงการบันเทิงไปอีกคน
แล้วหรือเปล่า ซึ่งเจ้าตัวที่ได้มาเยือนรายการดัง เล่าว่ายังไม่หยุดรับงานในวงการนะเพียงแต่เลือกที่จะรับบทมากขึ้น เบื่อบทเดิมๆที่ทุกครั้งที่แฟนๆเห็น ต้องแนวนั้นเท่านั้น ช่วงนี้เลยผันตัวไปรับบทเป็นจิตอาสา

แทนถึงขั้นเข้าคอร์สพาน้องหมาสุดที่รักไปเรียนเพื่อช่วยบำบัดประเภทต่างๆ ตอนนั้นเข้าวงการเท่าไหร่ มาริสา : 12 ค่ะ นี่ใกล้จะ 40 แล้ว ตอนแรกเริ่มจากแคสติ้งโฆษณาก่อนหลังจากนั้น
ค่อยไปเล่นหนังเรื่อง เสียดาย 2 ของท่านมุ้ย หลังจากนั้นเล่นเสียดายแล้วก็ดังเลย ซึ่งตอนนั้น เราพูดภาษาไทยได้ มาริสา : เราหัดพูดภาษาไทยตอนเล็กๆ ค่ะ

เราเองชอบการเป็นดารานักแสดงหรือเป็นนางแบบ มาริสา : จริงๆถ้าพูดถึงวัยตอนนี้นะคะ คิดว่าเรื่องของการแสดงน่าจะเหมาะสมที่สุด ส่วนเรื่องของความสวย ความเก๋อะไรต่างๆมันผ่าน
ตรงนั้นมาหมดแล้ว แต่ทำไมเหมือนช่วงนี้ รู้สึกว่าทำไม ไม่รับงานในวงการ มาสิรา : ก็ไม่เชิง แต่ด้วยความที่คนส่วนใหญ่ ผู้จัดหรือคนดู จะเห็นแต่ลุคเราที่เป็นลุคแบบนั้น

เราเลยรู้สึกเบื่อมากๆค่ะ เพราะว่าเราเคยได้ยินคนพูดว่า สา มันเล่นอะไรไม่ได้หรอก ต้องเล่นแนวนั้นอย่างเดียว อย่างอื่นมันเล่นไม่ได้หรอก ทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นปมในใจ ฟังแล้วมันรู้สึกไม่ดี เราทำงานมามากกว่า 20 ปี ก็เลยไม่ค่อย ทำงานแนวนั้นอีกเลย จะทำคือ น้อยๆมากๆ ถ้าเป็นบทดรามา แบบนี้ทำหมดค่ะ แต่จริงๆแล้วอะไรก็รับหมดขอให้แสดงความสามารถ เท่ากับว่าหลังๆมาคือ เราเลือก

มาริสา : เลือกเลยค่ะ เพราะว่าเบื่อที่ต้องใส่ชุดแบบ..มันน่าเบื่อ ซึ่งจริงๆชีวิตของเราแต่งตัวแบบ.. มาริสา : ก็แต่งตัวแบบมิดชิด แบบนี้เลยค่ะ ก็อาจจะมีบ้าง แต่ไม่ใช่แบบสั้น หรือ ไม่ได้ใส่เลยค่ะ ไม่ใช่เพราะเลือกทำงาน หลายคนพูดว่าตอนนี้เรากลายเป็นคนไม่มีงาน มาริสา :ไม่เลยค่ะ ตอนนี้ก็มีละครที่ถ่ายเสร็จแล้วรอออกอากาศอยู่ค่ เห็นว่าตอนนี้ไปทำโครงการจิตอาสา

เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม มาริสา : สาไม่ได้เป็นคนเริ่มทำโครงการนะคะ มีโครงการมาอยู่แล้ว Therapy Dog Thailand หรือว่า สุนัขนักบำบัด แห่งประเทศ ซึ่งโครงการนี้คือ ให้เราเอาน้องหมากับ
เราไปฝึก ซึ่งพอฝึกเสร็จแล้วเขาก็จะพาเรากับน้องหมาไปช่วยบำบัดผู้ไม่สบายประเภทต่างๆ ซึ่งเรากับน้องหมาของเราจะกลายเป็นนักบำบัด เราจะพาน้องหมาไปบำบัดคนอีกที คือ ง่ายๆเลยคือ น้องหมา

เปรียบเหมือนเครื่องมือแพทย์ ที่เรารู้จักโครงการนี้เพราะว่าเราเลื่อนเล่นค่ะ แล้วก็เห็นด้วยความที่ สา เลี้ยงน้องหมาอยู่แล้วเราก็ฝึกเขาเรื่อยๆด้วยกิจกรรมต่างๆ เราเลยคิดว่าสิ่งหนึ่งที่เราน่าจะช่วยคนอื่น

ได้ด้วยความที่น้องหมาของเราค่อนข้างฉลาด ซึ่งเราก็ได้เข้าไปเรียนและก็ได้ประกาศนียบัตร จาก สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเขาก็ไม่ได้จำกัดว่าเป็นน้องหมาพันธ์อะไรก็ได้นะคะ ที่จะเข้าไปเรียน ซึ่งหลักๆของ สา

ตอนนี้คือ เราจะทำงานกับร.พ.ก่อนเพราะว่าทั้งหมดที่เราทำคือ เราเป็นจิตอาสา เราก็จะไปตามบ้านพักคนชรา หรือ ร.พ.ศรีธัญญา หรือ ตามสถานที่ที่มีคนพิเศษ เราก็จะช่วยเข้าไปดูแล เราก็จะเอาน้องหมา

เข้าไปเพื่อให้เข้าได้รู้จักถึงการเข้าสังคม เพราะจะสอนให้เขา เมื่ออยู่กับคนอื่นจะได้รู้จักถึงการอ่อนโยน อย่างเขาแปรงขนน้องหมาเป็น เราก็จะสามารถหวีผมของตัวเองได้นะ ซึ่งเราก็จะอยู่ด้วยตลอดเวลาค่ะ

เพราะว่ามีกฎว่าน้องหมาตัวนี้เป็นของเรา เราเป็นนักบำบัดเราจะต้องอยู่ด้วยตลอดเวลา ซึ่งเราจะไปเยี่ยมต่อครั้งก็ขึ้นอยู่กับทางแพทย์เป็นคนกำหนดค่ะ ว่าเราจะเยี่ยมคนนี้กี่ครั้งครั้งละกี่นาที เราได้เข้ามาทำ

โครงการนี้แล้ว ในอนาคตเราจะต่อยอดอะไรได้อีกไหม มาริสา : เราก็คาดหวังว่าต่อไปมันจะสร้างอาชีพให้กับทีมของเราได้ ซึ่งบางครั้งไม่จำเป็นต้องเป็นคนไม่สบายนะคะ ไปเป็นเพื่อนหรืออะไรก็ได้

ซึ่งตอนนี้ สา ก็รับสอนน้องหมาตามบ้านด้วย เราจะต้องสอนอะไรน้องบ้าน พื้นที่ในบ้านเราควรจะจัดพื้นที่ยังไง เวลาของน้องหมาควรจะเป็นแบบไหน อาหารของน้องหมาควรจะกินแบบไหน ซึ่งเราจะเข้าไปสอนใน

พฤติกรรมของเขาเป็นแบบบวก แต่เราจะรับสอนน้องหมาที่อายุไม่เกิน 1 ปี นะคะ ต้องจัดระเบียบตั้งแต่เล็ก มีน้องหมาติดตัวตลอดเวลาแบบนี้ แล้วจะมีทายาทได้ยังไง

มาริสา : ไม่มีค่ะ ตั้งใจไว้แล้วเพราะเราเพิ่งคุยกันได้ 3 ปี ซึ่งเราก็เห็นด้วยร่วมกันกับสามีว่าจะไม่มี ส่วนงานในวงการบันเทิงก็ไม่ทิ้งใช่ไหม มาริสา: ไม่ทิ้งค่ะ งานแสดง งานละครก็ยังรับอยู่นะคะ หรือ รีวิวอะไรเกี่ยวกับน้องหมา ได้หมดนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *